ช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมา หลายคนน่าจะได้เห็นภาพคนมากมายที่หลั่งไหลมาเล่นน้ำกันในจุดหลักต่างๆ ของเชียงใหม่ 


ตั้งแต่วันที่ 13 (จริงๆ อาจจะตั้งแต่วันที่ 12) จนถึงวันที่ 15 มองไปทางไหนก็เจอแต่ผู้คน เป็นบรรยากาศของความคึกคักแห่งวันหยุดยาว มีทั้งคนที่ตั้งใจไปสาดความชุ่มชื้นร่วมกับคนอื่นๆ ออกเดินทางไกลหนีร้อน และคนที่เลือกเหยียดยาวนอนสบายๆ อยู่ที่บ้าน


แต่ท้ายที่สุดแล้ว ทุกความสุขมีวันสิ้นสุด วันหยุดยาวก็เช่นกัน 


หลายคนรู้สึกซึมนิดๆ ดาวน์หน่อยๆ หลังจากช่วงวันหยุดยาวหรือช่วงเวลาที่รอคอยจบลง และต้องกลับเข้าสู่ชีวิตปกติ เช่น ต้องกลับไปเรียน หรือกลับไปทำงานอีกครั้ง


ข่าวดีก็คือ ไม่ใช่คุณคนเดียวที่รู้สึกเช่นนี้ และมันเป็นเพียงสภาวะชั่วคราวที่เกิดขึ้น


ช่วงวันหยุดยาวเรามักรู้สึกถึงความสนุก ความอิสระ และสิ่งใหม่ๆ พอกลับมาใช้ชีวิตเดิม สมองจะรู้สึกเหมือน ‘ดรอป’ ลงทันที ไม่ต่างจากเวลาเราได้ไปเที่ยวต่างประเทศแล้วจบทริปต้องกลับมาทำงานในลูปเดิม


เมื่อลูปเดิมกลับมา ความเครียดจากหน้าที่ประจำหลายอย่างก็กลับมาทักทายแบบไม่รู้ตัว 


แต่หากมองอีกมุมหนึ่ง มันคือการกลับสู่ ‘ภาวะปกติ’ ที่ไม่ได้มีแค่ความซึมดาวน์ ความเหงา หรือความเครียด แต่มันก็มีข้อดีที่ทำให้ชีวิตนิ่งขึ้น ชัดขึ้น เหมือนเป็นอีกเฟสหนึ่งของความสมดุล


เพราะเมื่อกลับสู่ภาวะปกติ ชีวิตเราจะกลับมามีโครงสร้างอีกครั้ง เมื่อวันหยุดยาวให้อิสระ ความปกติก็ให้ทิศทางกับชีวิต ทำให้รู้ว่าต้องโฟกัสอะไร และลด ‘ฝันกลางวัน’ ที่เกิดขึ้นหลังหยุดยาว


ที่สำคัญ หลังจากพักเต็มที่ ร่างกายกับสมองของเราก็เหมือนถูกรีเซ็ตอีกครั้ง พอกลับมาทำงานเล็กๆ น้อยๆ จะเริ่มรู้สึกว่า กำลังได้ก้าวไปข้างหน้าอีกครั้ง ซึ่งนอกจากร่างกายกับสมอง สายตาของเราก็ถูกรีเฟรชไปพร้อมกัน จึงทำให้ได้เห็นงานเดิมหรือชีวิตเดิมในมุมใหม่ๆ 


แต่แม้จะเป็นสิ่งคุ้นเคย บางทีก็ไม่ง่ายในการกลับมาสู่จังหวะ ไม่ต้องกดดันตัวเองจนเกิน 100 เปอร์เซ็นต์ตั้งแต่วันแรก ลองเริ่มทีละนิด ปรับทีละหน่อย ความรู้สึกซึมดาวน์จะค่อยๆ หายไป 


หากคิดถึง จะลองเปิดรูปตอนวันหยุดยาวหรือเปิดเพลงที่ฟังในช่วงนั้น เพื่อยืดเวลาพิเศษออกไปนิดนึงก็ยังได้ บางคนอาจหาเวลาสั้นๆ แอบวางแผนสำหรับหารหยุดยาวครั้งถัดไปคร่าวๆ เลยด้วยซ้ำ


ในทางปรัชญา ความธรรมดาก็คือความต่อเนื่องของชีวิต หากชีวิตมีแต่ช่วงพิเศษ เราจะไม่มีทางรับรู้ว่ามันพิเศษ เปรียบเหมือนดนตรี ที่หากไม่มีจังหวะปกติ ท่อนพีคก็คงไม่โดดเด่น


กาแฟแก้วเดิม โต๊ะทำงานเดิม ร้านอาหารเดิม ร้านหนังสือเดิม สิ่งเล็กๆ เหล่านี้ไม่ได้แย่ลงหลังวันหยุด แต่มันคือพื้นที่ของความปลอดภัยที่รอคอยเรากลับมาหา เหมือนเพื่อนเก่าที่คุ้นเคย


เชียงใหม่ในห้วงเวลาหลังหยุดยาวสงกรานต์ อาจเงียบเหงาลง ด้วยฤดูกาลและปัจจัยมากมาย แต่นั่นก็หมายถึงเมืองกำลังกลับเข้าสู่ภาวะปกติธรรมดาเช่นกัน 


เป็นภาวะที่ทำให้เราได้กลับมามองเห็น ‘ความจริงแท้’ ที่กำลังดำเนินไปของเมือง ไม่ใช่ช่วงเวลาพิเศษที่หลายสิ่งถูกห่มคลุมจากความคึกคักชั่วคราว