ผมยังจำ ‘กลิ่น’ ตอนที่เดินผ่านเกต (Gate) ในตัวอาคารสนามบินเช็ก แลป ก็อก ของฮ่องกงเพื่อออกมาขึ้นรถบัส A11 ที่จะพามุ่งหน้าสู่เกาะฮ่องกงในย่านหว่านไจ๋ (Wan Chai) ได้
วันนั้นฮ่องกงต้อนรับการมาเยือนของผมด้วยเม็ดฝนและท้องฟ้าครึ้มหม่นไปทั่วเกาะ กลิ่นที่ผมได้สัมผัสจึงเป็นกลิ่นฝนที่เจืออยู่ในอณูอากาศที่พัดวาบเข้ามาหลังประตูเกตเปิดอ้าออก เป็นกลิ่นของอากาศด้านนอกที่ต่างจากกลิ่นของเครื่องปรับอากาศในเครื่องบินและในตัวอาคารสนามบิน
ผมรู้สึกเหมือนมีสายลมแห่งชีวิตกระโชกผ่านร่างกายอย่างรุนแรง ซึมซาบผ่านเข้าไปในจิตใจ ปลุกความคิดที่กำลังง่วงงุนหลังการเดินทางให้ตื่นขึ้นทันที
เป็นกลิ่นของอากาศที่ผสมผสานกันจากเมือง ธรรมชาติ ผู้คน ตึกและอาคาร ลมหายใจและจิตวิญญาณ อันเป็นเอกลักษณ์ของฮ่องกง หากใครที่มีประสาทสัมผัสละเอียดอ่อนหน่อยอย่างผม ก็พอจะสัมผัสได้ว่า มันต่างจากกลิ่นของเมืองที่จากมา
ไม่ใช่แค่ฮ่องกง แต่ทุกสถานที่ที่ไปเยือน ผมสัมผัสได้ว่าทุกแห่งมีกลิ่นที่เป็นเอกลักษณ์และยากจะอธิบาย เช่นเดียวกับตอนเดินออกจากเกตของสนามบินนาริตะ สนามบินดอนเมือง สนามบินหัวหิน หรือสนามบินเชียงใหม่ เพื่อเตรียมตัวเข้าสู่ ‘ชีวิต’ ของเมืองนั้นๆ
ผมจึงเป็นคนที่ชอบกลิ่น เพราะกลิ่นเชื่อมโยงอย่างลึกซึ้งกับความทรงจำและความรู้สึก หลายคนคงเคยรู้สึกเหมือนกัน ยามใดได้กลิ่นบางกลิ่น เราจะหวนนึกถึงเรื่องราวประสบการณ์บางอย่างในชีวิต กลิ่นหอมของดอกหญ้าบนภูเขา กลิ่นของกระไอเกลือทะเล กลิ่นน้ำหอม กลิ่นฝน ไปจนถึงกลิ่นของขนมบางชนิด หรือแม้แต่กลิ่นสบู่ถูร่างกาย
นั่นเพราะวิธีที่สมองเราประมวลผลของกลิ่นนั้นแตกต่างจากประสาทสัมผัสอื่นๆ ในบรรดาประสาทสัมผัสทั้งหมด กลิ่นเป็นสิ่งที่เชื่อมต่อกับสมองส่วนความทรงจำและอารมณ์โดยตรงที่สุด
ทุกคนจึงมีกลิ่นที่เชื่อมโยงกับประสบการณ์ในชีวิตเป็นของตนเอง ไม่ว่าจะเป็นกลิ่นที่ทำให้รู้สึกสุข เศร้า เหงา สงบ ให้หวนคำนึงถึงเรื่องราวเก่าก่อน เหมือนที่มาร์เซล พรูสต์ (Marcel Proust) นักเขียนชาวฝรั่งเศสเล่าไว้ในหนังสือ In Search of Lost Time ว่า กลิ่นขนมมาเดอลีนทำให้เขานึกถึงความทรงจำในวัยเด็กอย่างชัดเจน
ในแง่นี้ สิ่งของทุกชิ้น สถานทุกแห่งจึงที่มี ‘กลิ่น’ ที่สถิตอยู่
เช่นเดียวกับเชียงใหม่ หลายคนมีกลิ่นของเชียงใหม่ที่จดจำได้ ไม่ว่าจะเป็นคนที่อาศัยอยู่ที่นี่ คนที่เคยมาใช้ชีวิตช่วงสั้นๆ คนที่ย้ายเข้ามาจากสถานที่อื่น คนที่ต้องย้ายไปใช้ชีวิตที่อื่นและได้กลับมาช่วงสั้นๆ หรือนักท่องเที่ยวที่มาเยือนแล้วจากไป
สิ่งหนึ่งที่ผมชอบเป็นพิเศษคือกลิ่นของสถานที่บางแห่งในเชียงใหม่ที่ชอบไป ซึ่งผมรู้สึกว่าแต่ละแห่งมีกลิ่นที่ต่างกันออกไป และทำให้นึกถึงความทรงจำต่างกัน เช่น ร้านอาหาร ร้านกาแฟ ร้านฟังเพลง หรือร้านหนังสือ
ไม่เหมือนภาพหรือเสียง กลิ่นสามารถพาย้อนไปสู่ความทรงจำในอดีตได้ไกลกว่า
ไม่ว่าจะรูปแบบไหนก็ตาม การดำเนินชีวิตจะนำพาเราไปสู่การได้สัมผัสกลิ่นที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นจากผู้คน สิ่งของ หรือสถานที่ และกลิ่นเหล่านั้นจะสถิตอยู่กับความทรงจำของผู้ที่มีความทรงจำกับสิ่งนั้นๆ ให้รู้สึกผูกพันและจดจำมันได้ดีขึ้น
ในแง่นี้แล้ว เราทุกคนต่างเป็น ‘นักสะสม’ กลิ่น จะโดยรู้ตัวหรือไม่ก็ตาม
แล้วกลิ่นของเชียงใหม่สำหรับคุณเป็นแบบไหน?